หน้าแรก > ข่าวกีฬา > ประวัติความเป็นมาของกีฬาฟุตบอล







ประวัติความเป็นมาของกีฬาฟุตบอล

ประวัติความเป็นมาของกีฬาฟุตบอล
ทุกวันนี้ถ้าเราพูดถึงกีฬาอิทธิพลที่สุดบนโลกของเรานาทีนี้คงต้องเป็นกีฬาฟุตบอล หรือ ซอกเกอร์ เป็นกีฬาประเภททีมที่เล่นระหว่างสองทีมโดยแต่ละทีมมีผู้เล่นฝั่งล่ะ 11 คนโดยใช้ลูกบอล เป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลายว่าเป็นกีฬาที่เป็นที่นิยมมากที่สุดในโลก โดยจะเล่นในสนามหญ้าสี่เหลี่ยมผืนผ้าหรืออาจจะเป็นสนามหญ้าเทียม โดยมีประตูซึ่งอยู่ที่กึ่งกลางที่ปลายสนามทั้งสองฝั่ง ของเป้าหมายคือทำคะแนนโดยพาลูกฟุตบอลให้เข้าไปยังประตูของฝ่ายตรงข้ามให้ได้ ในการเล่นทั่วไปผู้รักษาประตูจะเป็นผู้เล่นเพียงคนเดียวที่สามารถใช้มือหรือแขนกับลูกฟุตบอลได้ ส่วนผู้เล่นอื่นๆจะใช้เท้าในการเตะลูกฟุตบอลไปยังตำแหน่งที่ต้องการ บางครั้งอาจใช้ลำตัว หรือ ศีรษะ เพื่อสกัดลูกฟุตบอลที่ลอยอยู่กลางอากาศ โดยทีมที่พาลูกฟุตบอลเข้าประตูฝ่ายตรงข้ามได้มากกว่าจะเป็นผู้ชนะในเกมนั้น ถ้าคะแนนเท่ากันให้ถือว่าเสมอแต่ในบางเกมที่เสมอกันในช่วงเวลาปกติแล้วต้องการหาผู้ชนะจึงต้องมีการต่อเวลาพิเศษแล้วถ้ายังเสมอกันก็ต้องยิงลูกโทษขึ้นอยู่กับกฎระเบียบของรายการแข่งขันนั้นๆ โดยในปัจจุบันกฎกติกาการเล่นสมัยใหม่จะถูกรวบรวมขึ้นในประเทศอังกฤษ โดยสมาคมฟุตบอลอังกฤษตั้งขึ้นในปีพ.ศ. 2406 ได้กำเนิด Laws of the Game เพื่อเป็นแนวทางกติกาการเล่นในปัจจุบัน ฟุตบอลในระดับนานาชาติจะถูกวางระเบียบโดยฟีฟ่า ซึ่งรายการแข่งขันที่มีเกียรติสูงสุดในระดับนานาชาติคือการแข่งขันฟุตบอลโลกซึ่งจะจัดขึ้นทุกๆ 4 ปีในปัจจุบัน

กติกาการเล่นฟุตบอล

ในปัจจุบันกีฬาฟุตบอลมีกติกาสากลทั้งหมด 17 ข้อหลักที่มีการใช้ในฟุตบอลทั่วโลก โดยกติกาอาจมีการดัดแปลงบ้างสำหรับฟุตบอลเด็กและฟุตบอลหญิง ซึ่งจะมีสภาพร่างกายและรูปแบบการเล่นที่แตกต่างจากฟุตบอลชาย กติกาทั้ง 17 ข้อจะมีรูปแบบเรียงกันและเกี่ยวข้องกับการเล่นฟุตบอลดังนี้
  1. สนามฟุตบอล
  2. ลูกฟุตบอล
  3. จำนวนผู้เล่น
  4. อุปกรณ์การเล่น
  5. กรรมการ
  6. ผู้ช่วยกรรมการ
  7. ระยะเวลาการแข่งขัน
  8. การเริ่มต้นการแข่งขัน
  9. การเตะมุม
  10. บอลออกนอกสนาม
  11. วิธีนับคะแนน
  12. การล้ำหน้า
  13. ฟาวล์
  14. ฟรีคิก
  15. ลูกโทษ
  16. การทุ่ม
  17. โกลคิก

ผู้เล่น กรรมการและอุปกรณ์ที่ใช้ทำการแข่งขัน

ในแต่ละทีมประกอบด้วยผู้เล่นสูงสุด 11(ถ้ากรรมการขี้โกงอาจนับเป็น 12 คน) คนที่สามารถลงเล่นในสนาม โดยสามารถมีผู้เล่นสำรองสามารถนั่งเพื่อรอเปลี่ยนตัว โดยในสิบเอ็ดคนนั้นจะต้องมี ผู้รักษาประตูหนึ่งคน ในการแข่งขันอย่างเป็นทางการจะมีกติกาเพิ่มว่าจะต้องมีผู้เล่นอย่างน้อย 7 คนเป็นอย่างน้อย(ในกรณีที่ผู้เล่นโดนใบแดง) เพื่อทำการแข่งขันได้ต่อไป โดยผู้เล่นทุกคนยกเว้นผู้รักษาประตู ไม่สามารถใช้มือหรือแขนสัมผัสลูกฟุตบอลได้(แต่จะสามารถใช้ส่วนอื่นยกเว้นมือแขนเพราะจะFouls ทันทีเมื่อกรรมการเห็น แต่ถ้ากรรมการไม่เห็นก็อาจจะไม่Foulsก็ได้) ซึ่งขึ้นอยู่กับการมองเห็นของกรรมการ อุปกรณ์หลักในการเล่นฟุตบอลโดยที่ลูกฟุตบอลนั้นจะต้องมีขนาดที่ได้มาตรฐานเป็นทรงรีมีขนาดเส้นรอบวงไม่เกิน 27-28 นิ้ว และน้ำหนัก 396 – 453 กรัม ผู้เล่นต้องมีการใส่ชุดที่ประกอบไปด้วย เสื้อ กางเกง ถุงเท้า รองเท้า และสนับแข้ง โดยต้องไม่ใส่เครื่องประดับที่อาจเป็นอันตรายได้ไม่ว่าปืนหรือมีดและผู้รักษาประตูต้องใส่ชุดที่แตกต่างจากผู้เล่นผู้อื่นและต้องแตกต่างจากกรรมการเช่นกันจากฟีฟ่า ระหว่างการเล่น ผู้เล่นสามารถเปลี่ยนตัวกับตัวสำรองได้โดยในการแข่งขันทั่วไปสามารถเปลี่ยนตัวในแต่ละนัดการแข่งขันได้ไม่เกิน 5 ครั้ง โดยสาเหตุในการเปลี่ยนตัวอาจเกิดจาก อาการบาดเจ็บ ร่างกายไม่ไหว หรือเปลี่ยนแผนการเล่น โดยผู้เล่นที่ถูกเปลี่ยนตัวออกแล้วจะไม่สามารถเปลี่ยนตัวเข้าไปเล่นได้อีกตามใจชอบ กรรมการจะเป็นบุคคลที่มีหน้าที่ตัดสินผลการแข่งขัน รวมถึงควบคุมและจับเวลาการแข่งขัน โดยในการแข่งขันจะมีผู้ช่วยกรรมการ 2 คน ซึ่งผู้เล่นจะไม่สามารถคัดค้านกรรมการได้ในเวลาเล่นเพราะตัดสินไปแล้วจะไม่สามารถแก้ได้แล้ว

สนามฟุตบอลที่ใช้ในการแข่งขัน

สนามฟุตบอลมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตตุรัสมีความยาวระหว่าง 90-120 เมตร และความกว้างระหว่าง 45-90 เมตร โดยเส้นขอบสนามของด้านยาวจะเรียกว่า "เส้นข้าง " ขณะที่ขอบสนามของด้านกว้างจะเรียกว่า "เส้นประตู" โดยคานประตูจะตั้งอยู่กึ่งกลางบนเส้นประตูและสนามโดยจะมีความสูง 2.44 เมตร (8 ฟุต) เหนือจากพื้นดิน และเสาประตูจะห่างกัน 7.3 เมตร (8 หลา) เสาและคานประตูจะต้องมีสีขาว ตาข่ายจะมีการขึงด้านหลังประตูด้วย แต่อย่างไรก็ตามตาข่ายประตูไม่ได้มีกำหนดไว้ในกติกาสากล ด้านหน้าประตูจะเป็นบริเวณเขตโทษ ซึ่งแสดงถึงบริเวณที่ผู้รักษาประตูสามารถถือบอลได้ และยังคงใช้ในการเตะลูกโทษซึ่งเป็นการที่ทีมรับทำผิดกติกาในกรอบเขตโทษ

ระยะเวลาการแข่งขัน

การแข่งขันจะแบ่งออกเป็นสองช่วงเวลา โดยครึ่งละ 45 นาที โดยเวลาการแข่งขันจะมีการนับตลอดเวลา แม้ว่าฟุตบอลจะถูกเตะออกนอกสนามและกรรมการสั่งให้หยุดเล่นก็ตาม ระหว่างครึ่งจะมีเวลาพักให้ 15 นาที กรรมการจะเป็นคนควบคุมเวลา และจะทำการทดเวลาบาดเจ็บในช่วงท้ายของแต่ละครึ่งเพื่อทดแทนเวลาที่เสียไประหว่างการเล่น โดยเมื่อจบการแข่งขันกรรมการจะทำการเป่านกหวีดลากเสียงยาวเพื่อเป็นสัญญาณหยุดการแข่งขัน ในการแข่งขันแบบลีกจะมีการจบการแข่งขันสำหรับผลเสมอ แต่สำหรับการแข่งขันที่ต้องรู้ผลแพ้ชนะจะมีการต่อเวลาพิเศษ(ง่ายๆคือการแข่งชิงถ้วยรางวัล) ซึ่งจะประกอบไปด้วย 2 ครึ่ง ครึ่งละ 15 นาที โดยถ้าคะแนนยังคงเสมอกันจะมีการให้เตะลูกโทษ (ด้านการเตะลูกโทษมีคนวิจัยมาว่าทีมไหนเตะก่อนจะมีเปอร์เซนต์การชนะมากกว่าทีมที่เตะทีหลัง) ซึ่งเป็นเพราะผลทางจิตวิทยา แต่ถ้าทีมที่ยิงก่อนยิงไม่เข้าโอกาสก็จะมาเข้าทีมที่ยิงทีหลังเพราะจะมีการผ่อนคลายกว่า ไอเอฟเอบีได้ทดลองการกำหนดรูปแบบการทำคะแนนในช่วงต่อเวลาที่เรียกว่า โกลเดนโกล โดยทีมที่ทำประตูได้ก่อนในช่วงต่อเวลาจะเป็นผู้ชนะการแข่งขัน และ ซิลเวอร์โกล โดยทีมที่ทำประตูนำเมื่อจบครึ่งเวลาแรกจะเป็นผู้ชนะการแข่งขัน โดยโกลเดนโกลได้ถูกนำมาใช้ใน ฟุตบอลโลก 1998 และ ฟุตบอลโลก 2002 โดยมีการใช้ครั้งแรกในการแข่งขันทีมชาติฝรั่งเศส ชนะ ปารากวัย ในปี 1998 ขณะที่ซิลเวอร์โกลได้มีการใช้ครั้งแรกในฟุตบอลยูโร 2004 ซึ่งปัจจุบันโกลเดนโกล และซิลเวอร์โกลไม่มีการใช้แล้วเนื่องจากในปัจจุบันสมาพันธ์ฟุตบอลได้เห็นแล้วว่าทุกคนทุกทีมมีโอกาสที่เท่าเทียมกันจึงควรได้รับโอกาสทุกทีมที่เข้าแข่งขัน

การแข่งขันในระหว่างประเทศ

การแข่งขันฟุตบอลในระดับโลกนั้น มีการแข่งขันสูงสุดคือ ฟุตบอลโลกซึ่งจะมีการจัดขึ้นทุกๆ 4 ปี ซึ่งทีมที่ร่วมเล่นจะเป็นทีมชาติจากแต่ละประเทศที่เป็นสมาชิกของฟีฟ่า โดยแต่ละทีมจำเป็นต้องผ่านรอบคัดเลือก ของทางสมาพันธ์ เพื่อมีสิทธิเข้าร่วมเล่น โดยในแต่ละสมาพันธ์จะมีจำกัดจำนวนทีมที่ร่วมเล่นแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับผลงานของแต่ละทีมในอดีต โดยทางด้านฟีฟ่าจะเป็นทางกำหนดและนอกจากฟุตบอลโลกแล้ว ในแต่ละสมาพันธ์จะมีการแข่งขันสูงสุดของแต่ละสมาพันธ์เอง ซึ่งจัดขึ้นทุก 4 ปี โดยผู้ชนะจากแต่ละสมาพันธ์จะทำการแข่งขันกันในคอนเฟเดอเรชันส์คัพพร้อมกับทีมที่ชนะเลิศในฟุตบอลโลกครั้งล่าสุดอีกด้วย นอกเหนือจากการแข่งขันที่จัดขึ้นโดยฟีฟ่าการแข่งขันฟุตบอลทีมชาติที่เป็นที่จับตามองได้แก่การแข่งขันฟุตบอลในกีฬาระหว่างประเทศ เช่น โอลิมปิก (ทั่วโลก) เอเชียนเกมส์ (ทวีปเอเชีย) หรือ ซีเกมส์ (เฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้)

ภูมิภาคเอเชียแอฟริกาอเมริกาเหนือและกลางอเมริกาใต้ออสเตรเลียยุโรป
สมาพันธ์เอเอฟซีซีเอเอฟคอนแคเคฟคอนเมบอลโอเอฟซียูฟ่า
การแข่งขันสูงสุดเอเชียนคัพแอฟริกันคัพโกลด์คัพโคปาอเมริกาเนชันส์คัพฟุตบอลยูฟ่ายูโร
ระดับโลกคอนเฟเดอเรชันส์คัพ

การแข่งขันในระดับสโมสร

สำหรับทีมสโมสรนั้น ทีมที่ชนะเลิศการแข่งขันในประเทศ มีสิทธิเข้าร่วมการแข่งขันในระดับสมาพันธ์ที่มีการจัดขึ้นทุกปี (บางสมาพันธ์จะให้ทีมรองชนะเลิศร่วมด้วย) โดยทีมที่ชนะเลิศในแต่ละสมาพันธ์จะมาแข่งขันกันในระดับโลก ในการแข่งขัน ฟีฟ่าคลับเวิลด์คัพ ซึ่งจะจัดขึ้นทุกปี

ภูมิภาคเอเชียแอฟริกาอเมริกาเหนือและกลางอเมริกาใต้ออสเตรเลียยุโรป
สมาพันธ์เอเอฟซีซีเอเอฟคอนแคเคฟคอนเมบอลโอเอฟซียูฟ่า
การแข่งขันสูงสุดเอเอฟซีแชมเปียนส์ลีกซีเอเอฟแชมเปียนส์ลีกคอนแคแคฟแชมเปียนส์คัพโคปาลิเบอร์ตาโดเรสโอเชียเนียคลับแชมเปียนชิพยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก
ระดับโลกฟีฟ่าคลับเวิลด์คัพ

ในการแข่งขันทั้งสองแบบเมื่อมีการจัดขึ้นยอดการแทงบอลออนไลน์ นั้นก็ได้เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก การแทงบอลออนไลน์นั้นนอกจากที่เราจะที่เราจะเลือกทีมที่แข่งแกร่งที่สุดแล้ว เรายังต้องอาศัยเทคนิคแทงบอลออนไลน์ต่างๆมากมายเพื่อทำให้การเดิมพันนั้นสำเร็จ และทางเว็บเรายังมีข้อมูลแหล่งแทงบอลออนไลน์ต่างๆ ที่ได้รับความนิยมอย่างเว็บ Sbobet ซึ่งมีข้อมูลมากมายให้ผู้ทีสนใจเข้ามาเรียนรู้กันนะครับ

30/12/2013
icst2013.com แหล่งความรู้การแทงบอลออนไลน์ที่ดี